น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า หรือ Transformer Oil ถือว่าเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้หม้อแปลงทำงานได้ดี เพราะมีหน้าที่หลัก ๆ คือเป็นทั้งเป็นฉนวนไฟฟ้า ทั้งช่วยระบายความร้อน จึงป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร และความร้อนสะสมที่อาจจะทำให้หม้อแปลงเสียหาย
ดังนั้นเลยต้องมีการดูแลรักษาน้ำมันหม้อแปลงเสมอและควรทำให้ถูกวิธี ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยยืดอายุการใช้งานของหม้อแปลงให้นานขึ้น แต่ยังช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับระบบไฟฟ้าด้วย วันนี้ UmangBKK เลยอยากจะจะมาแนะนำ 4 เทคนิคง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อให้ทำงานได้อย่างคุ้มค่า ใช้ได้ยาว ๆ และมีความปลอดภัยมากที่สุด
หมั่นตรวจสอบสภาพเบื้องต้นอย่างสม่ำเสมอ
การเริ่มต้นดูแลหม้อแปลงที่ง่ายที่สุดที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ คือ การตรวจสอบด้วยสายตา วิธีนี้จะช่วยให้คุณสังเกตเห็นความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่ปัญหาจะลุกลาม มาดูกันว่าเราจะสังเกตสัญญาณเบื้องต้นของปัญหาน้ำมันหม้อแปลงได้ยังไงบ้าง
ตรวจสอบระดับและสีของน้ำมัน
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระดับน้ำมันอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเสมอ หากต่ำไปอาจเกิดการรั่วซึม หรือทำให้ประสิทธิภาพการระบายความร้อนลดลง ส่วนสีของน้ำมัน หากเปลี่ยนจากสีเหลืองอ่อนใสไปเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือดำ นั่นคือสัญญาณว่าน้ำมันกำลังเสื่อมสภาพและควรรีบตรวจสอบโดยเร็วที่สุด
สังเกตกลิ่นและสิ่งปนเปื้อน
หากน้ำมันมีกลิ่นเหม็นไหม้ อาจบ่งบอกถึงความร้อนสูงเกินไปหรือการลัดวงจรภายใน รวมถึงลองสังเกตดูว่ามีสิ่งปนเปื้อนที่มองเห็นได้หรือไม่ เช่น ตะกอน อนุภาค หรือคราบตะไคร่น้ำ หากพบความผิดปกติใด ๆ ควรรีบแก้ไขทันทีเพื่อป้องกันความเสียหายภายในหม้อแปลง
การทดสอบคุณภาพน้ำมันหม้อแปลง
แม้ว่าการตรวจสอบเบื้องต้นจะช่วยให้สังเกตเห็นความผิดปกติได้ แต่การทดสอบคุณภาพน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer Oil) จะช่วยให้คุณมั่นใจ และรับรู้ถึงประสิทธิภาพจริงของน้ำมันได้ โดยค่าวัดคุณภาพสำคัญที่ต้องทดสอบ ได้แก่
ทดสอบค่าความเป็นฉนวนไฟฟ้า (Dielectric Strength)
ค่าวัดนี้จะบอกถึงความสามารถของน้ำมันในการทนทานต่อแรงดันไฟฟ้าสูง ก่อนที่จะเกิดการนำไฟฟ้าทะลุผ่าน (Breakdown) หรือ “การลัดวงจร” นั่นเอง พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นการยืนยันความสามารถในการเป็นฉนวนไฟฟ้าของน้ำมัน หากค่า Dielectric Strength สูง หมายความว่าน้ำมันมีคุณภาพดีและพร้อมที่จะป้องกันการลัดวงจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่า “Dielectric Strength” ได้จากวิดีโอด้านล่างนี้เลย
ตรวจวัดค่าความเป็นกรด (Acid Value)
ค่าวัดนี้จะบอกถึงปริมาณกรดอินทรีย์ที่สะสมในน้ำมัน ซึ่งเกิดจากการเสื่อมสภาพเมื่อเวลาผ่านไปและสัมผัสกับความร้อน ออกซิเจน และความชื้น หากค่าความเป็นกรดสูงขึ้น แปลว่าน้ำมันเสื่อมสภาพมาก โดยกรดเหล่านี้จะกัดกร่อนวัสดุฉนวนและขดลวดทองแดงภายในหม้อแปลง ทำให้หม้อแปลงเสื่อมสภาพและเสียหายเร็วกว่าปกติ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่า “Acid Value” ได้จากวิดีโอด้านล่างนี้เลย
กรองและบำบัดน้ำมันหม้อแปลง
ขั้นตอนนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการกรองและบำบัด จะช่วยกำจัดความชื้น สิ่งปนเปื้อน และลดความเป็นกรด ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้น้ำมันเสื่อมสภาพเร็ว การบำบัดจะช่วยฟื้นฟูให้น้ำมันมีประสิทธิภาพใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด ทำให้คุณสามารถนำน้ำมันกลับมาใช้ซ้ำได้ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายระยะยาวได้ดีกว่าการเปลี่ยนน้ำมันใหม่ทุกครั้ง
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อเกิดปัญหา
หากพบปัญหาหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับน้ำมันหม้อแปลง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้และประสบการณ์ จะช่วยให้คุณได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องในการตรวจสอบและซ่อมบำรุง Umang Boards BKK เราพร้อมให้คำแนะนำและให้คำปรึกษาด้านน้ำมันหม้อแปลง ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพที่ไว้ใจได้ ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่า จะสามารถบำรุงรักษาน้ำมันหม้อแปลงได้อย่างถูกต้องและได้มาตรฐานสากล
สรุป
การดูแลน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี ด้วย 4 เทคนิคนี้ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบเบื้องต้น การทดสอบคุณภาพ การบำบัด หรือการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ไม่เพียงช่วยยืดอายุการใช้งานของหม้อแปลงให้ยาวนานขึ้น แต่ยังช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายไปพร้อมกัน
หากคุณกำลังมองหา Transformer Oil ที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เลือกน้ำมันหม้อแปลงคุณภาพจาก Umang Boards BKK เรามีผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมแนะนำและใส่ใจคุณทุกขั้นตอน เพื่อให้ระบบไฟฟ้าของคุณทำงานได้อย่างราบรื่น ปลอดภัย และคุ้มค่ามากที่สุด ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้เลย
โทร: 02-630-3220, 085-562-4536
Email: umangboardsbkk@yahoo.com
Line OA: @umangbkk
Facebook: UmangBKK