ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมการผลิต โรงผลิตไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งระบบสาธารณูปโภค ต่างก็ต้องใช้พึ่งพาการใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก จึงต้องมี “หม้อแปลงไฟฟ้า” ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการดูแลและยืดอายุการทำงานของหม้อแปลงไฟฟ้า ก็คือ น้ำมันหม้อแปลง หรือ Transformer Oil นั่นเอง น้ำมันชนิดนี้จะทำหน้าที่สำคัญสองอย่างในหม้อแปลงไฟฟ้า คือเป็นฉนวนไฟฟ้า เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร และเป็นสารหล่อเย็น เพื่อระบายความร้อนออกจากขดลวดและแกนเหล็ก วันนี้เราจะพาไปดูว่า ทำไมของเหลวชนิดนี้ถึงมีความสำคัญต่อหม้อแปลงไฟฟ้า พร้อมแนะนำให้รู้จักกับน้ำมันแต่ละประเภท และแนวทางการเลือกใช้งานที่เหมาะสม
ทำไมหม้อแปลงทุกเครื่องต้องมีน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า?
หม้อแปลงต้องรองรับพลังงานไฟฟ้าปริมาณมหาศาลตลอดเวลา ผ่านการเหนี่ยวนำไฟฟ้าของขดลวดทองแดงและแกนเหล็ก ทำให้เกิดความร้อนสะสมสูง น้ำมันหม้อแปลง หรือ Transformer Oil จึงทำหน้าที่เป็นทั้งฉนวนป้องกันไฟฟ้า ป้องกันการสัมผัสกันของขดลวดโดยตรง และเป็นตัวกลางในการระบายความร้อนที่ดีเยี่ยม ทำให้หม้อแปลงสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
น้ำมันสำหรับหม้อแปลง มีหน้าที่อะไรบ้าง
น้ำมันหม้อแปลงมี 2 หน้าที่หลักที่ทำงานร่วมกันเพื่อป้องกันความเสียหายของอุปกรณ์ ดังนี้
การเป็นฉนวนไฟฟ้า (Electrical Insulation)
น้ำมันจะไหลและแทรกซึมเข้าไปห่อหุ้มขดลวดทองแดงและแกนเหล็กทั้งหมดในหม้อแปลง โดยคุณสมบัติการเป็นฉนวนไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยป้องกันไม่ให้ไฟฟ้าเกิดการอาร์ค หรือ ไฟฟ้ากระโดดเข้าหากันกับขดลวดอีกขั้วหนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุของไฟฟ้าลัดวงจรและประกายไฟ ทำให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างราบรื่น
การระบายความร้อน (Cooling Medium)
ขณะที่หม้อแปลงทำงาน กระแสไฟฟ้าจะวิ่งผ่านขดลวดและแกนเหล็กทำให้เกิดความร้อนสูง น้ำมันหม้อแปลงจะทำหน้าที่ดูดซับความร้อนนี้ แล้วถ่ายเทออกไปยังถังหม้อแปลงและครีบระบายความร้อนภายนอก ซึ่งช่วยควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย ป้องกันความเสียหายและช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนต่าง ๆ
น้ำมันสำหรับหม้อแปลง มีกี่ประเภท
น้ำมันที่ใช้ในหม้อแปลงมีหลายประเภท โดยมีคุณสมบัติเด่นต่างกันไป เราจะขอพาไปรู้จักกับ 4 ประเภทหลัก ดังนี้
น้ำมันมิเนอรัล (Mineral Oil)
เป็นน้ำมันที่สกัดจากปิโตรเลียม มีราคาคุ้มค่าและนิยมใช้มากที่สุดในอุตสาหกรรมไฟฟ้ามากว่า 100 ปี เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นฉนวนและการระบายความร้อนได้ดี
รับชมวิดีโอเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำมันมิเนอรัล “กว่าจะเป็น น้ำมันหม้อแปลงคุณภาพสูง” ได้ที่
น้ำมันสังเคราะห์เอสเทอร์ (Synthetic Ester)
มีจุดเด่นเรื่องความทนไฟ เนื่องจากมีจุดวาบไฟสูงมาก จึงเหมาะสำหรับพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น อาคารสูง
น้ำมันจากพืช (Natural Ester)
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ มีคุณสมบัติทนไฟที่ดีคล้ายน้ำมันสังเคราะห์เอสเทอร์ มักใช้ในโครงการที่เน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
น้ำมันซิลิกอน (Silicon Oil)
ทนต่ออุณหภูมิและความร้อนสูงได้ดีเยี่ยม แต่มีราคาสูง มักใช้ในงานเฉพาะทางที่ต้องการความเสถียรภายใต้ความร้อนสูง
ประเภทของน้ำมันไฟฟ้า ที่ Umangbkk มีให้เลือกกี่แบบ
Umang Boards BKK จำหน่ายน้ำมันหม้อแปลงชนิดมิเนอรัล ที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานสากล IEC 296 และ IEC 60296 เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัย เรามีขนาดบรรจุภัณฑ์หลากหลาย เพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกค้า
- แกลลอน ขนาด 1, 5, และ 10 ลิตร เหมาะสำหรับงานซ่อมบำรุงหรือเติมน้ำมัน
- ถัง (Drum) ขนาด 210 ลิตร สำหรับการซ่อมบำรุงและการใช้งานในปริมาณปานกลาง
- Flexi Bag ขนาด 14,000 ลิตร สำหรับโครงการใหญ่และลูกค้าที่ต้องการสั่งซื้อในปริมาณมาก
สามารถใช้น้ำมันหล่อลื่นแทนได้หรือไม่?
คำตอบคือ “ไม่ได้” โดยเด็ดขาด แม้น้ำมันหล่อลื่นจะมีความสามารถในการหล่อลื่นและระบายความร้อนได้ แต่ขาดคุณสมบัติการเป็นฉนวนไฟฟ้า ซึ่งหากนำมาใช้แทนน้ำมันหม้อแปลงจะทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรทันที ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อระบบไฟฟ้าและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
สรุป
น้ำมันหม้อแปลง หรือ Transformer Oil คือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้หม้อแปลงไฟฟ้าทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติในป้องกันการลัดวงจรและการระบายความร้อน การเลือกน้ำมันที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกธุรกิจที่ต้องพึ่งพาพลังงานไฟฟ้า
หากคุณกำลังมองหาน้ำมันหม้อแปลงคุณภาพมาตรฐานสากล Umang Boards BKK มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลาย เพื่อให้มั่นใจว่าหม้อแปลงจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น ติดต่อสอบถามรายละเอียดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้เลยที่
โทร: 02-630-3220, 085-562-4536
Email: umangboardsbkk@yahoo.com
Line OA: @umangbkk
Facebook: UmangBKK