น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าทำมาจากอะไร? ผู้ใช้งานเป็นประจำน่าจะได้เคยเห็นและสัมผัสกันมาแล้ว แต่อาจจะไม่เคยรู้ว่าน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้านั้นมีกระบวนการผลิตอย่างไร โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานด้านระบบไฟฟ้า วิศวกรรมพลังงาน และผู้ดูแลหม้อแปลงไฟฟ้าในโรงงานหรือสถานีไฟฟ้า เพราะน้ำมันหม้อแปลงไม่ใช่แค่น้ำมันธรรมดา แต่เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้หม้อแปลงทำงานได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าคืออะไร?
น้ำมันหม้อแปลง (Transformer Oil) คือ ของเหลวฉนวนไฟฟ้าที่ใช้ภายในหม้อแปลงไฟฟ้า ทำหน้าที่หลัก 2 ประการ คือ:
- เป็นฉนวนไฟฟ้า (Electrical Insulation)
ป้องกันไม่ให้เกิดการลัดวงจรระหว่างขดลวดหรือชิ้นส่วนที่มีศักย์ไฟฟ้าต่างกัน - ระบายความร้อน (Cooling Medium)
ดูดซับและถ่ายเทความร้อนจากแกนเหล็กและขดลวดออกสู่ผิวถังหม้อแปลง
น้ำมันหม้อแปลงทำมาจากอะไร?
โดยทั่วไปแล้ว น้ำมันหม้อแปลงผลิตจากน้ำมันแร่ (Mineral Oil) ที่ผ่านกระบวนการกลั่นและทำให้บริสุทธิ์สูง จากน้ำมันดิบปิโตรเลียม
ส่วนประกอบหลัก
1. น้ำมันแร่ (Mineral Oil)
เป็นองค์ประกอบหลัก คิดเป็นสัดส่วนเกือบทั้งหมดของน้ำมันหม้อแปลง น้ำมันแร่ที่ใช้จะต้องผ่านกระบวนการกลั่นและทำให้บริสุทธิ์หลายขั้นตอน เพื่อกำจัดสารที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพ เช่น:
-
กำมะถัน (Sulfur)
-
สารประกอบอะโรมาติกบางชนิด
-
ความชื้น
-
สิ่งเจือปนขนาดเล็ก
2. สารเติมแต่ง (Additives)
ในน้ำมันหม้อแปลงบางประเภท อาจมีการเติมสารต้านการเกิดออกซิเดชัน (Oxidation Inhibitors) เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพจากปฏิกิริยากับออกซิเจน ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานของน้ำมันและหม้อแปลง
กระบวนการผลิตน้ำมันหม้อแปลง
การผลิตน้ำมันหม้อแปลงไม่ได้จบแค่การกลั่นทั่วไป แต่ต้องผ่านกระบวนการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด
1. การกลั่นแยกส่วน (Fractional Distillation)
น้ำมันดิบจะถูกให้ความร้อนเพื่อแยกส่วนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการนำไปผลิตเป็นน้ำมันฉนวน
2. การกำจัดกำมะถัน (Desulfurization)
กำมะถันอาจทำให้เกิดปฏิกิริยากับโลหะภายในหม้อแปลง จึงต้องกำจัดออกให้เหลือน้อยที่สุด
3. การทำให้บริสุทธิ์ (Refining Process)
เช่น การไฮโดรทรีตติ้ง (Hydrotreating) เพื่อปรับปรุงเสถียรภาพทางเคมีของน้ำมัน
4. การกำจัดความชื้นและก๊าซละลาย
ความชื้นเพียงเล็กน้อยสามารถลดค่าความเป็นฉนวนไฟฟ้าได้อย่างมาก จึงต้องควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำมาก (ppm level)
5. การทดสอบคุณภาพ (Quality Testing)
ก่อนนำไปใช้งาน น้ำมันหม้อแปลงต้องผ่านการทดสอบ เช่น:
-
ค่า Breakdown Voltage (BDV)
-
ค่าความเป็นกรด (Acidity)
-
ค่า Dielectric Strength
-
ค่าความหนืด (Viscosity)
-
ค่าจุดวาบไฟ (Flash Point)
คุณสมบัติสำคัญของน้ำมันหม้อแปลงที่ดี
เพื่อให้หม้อแปลงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ น้ำมันหม้อแปลงต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้:
1. ค่าความเป็นฉนวนไฟฟ้าสูง
ต้องสามารถทนแรงดันไฟฟ้าได้โดยไม่เกิดการทะลุของกระแสไฟฟ้า
2. ระบายความร้อนได้ดี
ต้องมีค่าการนำความร้อนเหมาะสม เพื่อถ่ายเทความร้อนจากขดลวดและแกนเหล็กออกสู่ภายนอก
3. มีเสถียรภาพทางเคมี
ไม่เสื่อมสภาพง่ายเมื่อสัมผัสกับออกซิเจนหรืออุณหภูมิสูง
4. ความหนืดเหมาะสม
ไม่ข้นเกินไปจนไหลเวียนช้า และไม่ใสเกินไปจนสูญเสียคุณสมบัติการหล่อลื่น
5. ปราศจากความชื้นและสิ่งปนเปื้อน
เพราะน้ำและสิ่งสกปรกสามารถลดค่าฉนวนไฟฟ้าได้ทันที
ประเภทของน้ำมันหม้อแปลง
แม้น้ำมันแร่จะเป็นที่นิยมมากที่สุด แต่ปัจจุบันมีทางเลือกอื่นเช่นกัน
น้ำมันแร่ (Mineral Oil)
เป็นประเภทที่ใช้แพร่หลายที่สุด เนื่องจากราคาคุ้มค่าและมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการใช้งานทั่วไป
น้ำมันเอสเทอร์ (Natural / Synthetic Ester)
ผลิตจากพืชหรือสารสังเคราะห์ มีจุดวาบไฟสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยสูง
น้ำมันซิลิโคน (Silicone Oil)
ทนความร้อนและทนไฟได้ดี แต่มีราคาสูงกว่า
Transformer Oil ใช้ทำอะไรในระบบหม้อแปลง?
น้ำมันหม้อแปลง (Transformer Oil) ในระบบหม้อแปลงไฟฟ้ามีหน้าที่สำคัญ 2 อย่าง คือ เป็นฉนวนไฟฟ้า และช่วยระบายความร้อน น้ำมันนี้จะทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดการลัดวงจรระหว่างขดลวด และยังช่วยนำความร้อนที่เกิดขึ้นภายในหม้อแปลงออกไป เพื่อปกป้องไม่ให้หม้อแปลงได้รับความเสียหายจากความร้อนสูงเกินไป
ความสำคัญของการเลือกใช้น้ำมันหม้อแปลงคุณภาพสูง
การเลือกใช้น้ำมันหม้อแปลงที่ได้มาตรฐาน ไม่ได้ส่งผลแค่ต่อประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังส่งผลต่อ:
-
อายุการใช้งานของหม้อแปลง
-
ความปลอดภัยของบุคลากร
-
ลดโอกาสเกิดไฟไหม้
-
ลดต้นทุนซ่อมบำรุงระยะยาว
-
ลดความเสี่ยงไฟฟ้าดับในระบบอุตสาหกรรม
ในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การหยุดชะงักของระบบไฟฟ้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ดังนั้นคุณภาพของน้ำมันหม้อแปลงจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้
“น้ำมันหม้อแปลงทำมาจากน้ำมันแร่ที่ผ่านกระบวนการกลั่นและทำให้บริสุทธิ์สูง เพื่อให้มีคุณสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าและระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังอาจมีการเติมสารเพิ่มคุณภาพเพื่อยืดอายุการใช้งาน”
การเลือกใช้น้ำมันหม้อแปลงที่ได้มาตรฐานจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าโดยรวม
น้ำมันหม้อแปลงจาก Umang Boards BKK – คุณภาพมาตรฐานอุตสาหกรรม
ที่ UMANG Boards Bkk เราจำหน่ายน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าคุณภาพ ผ่านการรับรองมาตรฐาน IEC296 และ IEC60296 และการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าหม้อแปลงไฟฟ้าของคุณจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมงานของเราพร้อมให้คำแนะนำ เพื่อให้คุณมั่นใจทุกครั้งที่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์จาก อูมัง บอร์ดส์ บีเคเค
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าที่ดีควรมีสีเป็นอย่างไร?
น้ำมันใหม่จะมีลักษณะใส คล้ายน้ำหรือสีเหลืองอ่อน หากเริ่มมีสีเข้ม ขุ่น หรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรตรวจสอบคุณภาพทันที
น้ำมันหม้อแปลงต้องเปลี่ยนบ่อยไหม?
โดยปกติแล้ว น้ำมันหม้อแปลงควรมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ส่วนการเปลี่ยนจะขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานและผลการทดสอบคุณภาพน้ำมัน หากน้ำมันเสื่อมสภาพหรือมีการปนเปื้อนมาก ควรเปลี่ยนทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย
Transformer Oil แบบ Bio-based ดีกว่าน้ำมันทั่วไปหรือไม่?
น้ำมัน Bio-based มีข้อดีในเรื่องความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยเมื่อรั่วไหล และมีจุดวาบไฟสูง แต่ราคาจะสูงกว่าน้ำมันแร่ทั่วไป และอายุการใช้งานอาจสั้นกว่า
น้ำมันหม้อแปลงของบริษัทฯ มีจำหน่ายแบบไหนบ้าง?
เราจำหน่าย Transformer Oil หลักๆ 2 รูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย
ชนิดแกลลอน : บรรจุในแกลลอนขนาด 1, 5, 10 ลิตร เหมาะสำหรับงานที่มีปริมาณการใช้งานไม่มาก หรือต้องการความสะดวกในการขนส่งและจัดเก็บ
ชนิดถัง: บรรจุในถังขนาด 210 ลิตร เหมาะสำหรับงานผลิตหม้อแปลง หรือซ่อมบำรุงเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหม้อแปลง
ชนิดแทงค์: บรรจุใน Flexi Bag ขนาด 24,000 ลิตร โดยคิดราคาต่อลิตร เหมาะสำหรับลูกค้าที่มีความต้องการปริมาณมาก และต้องการลดต้นทุนการจัดซื้อ
โดยน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าของเราได้รับการรับรองมาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจในคุณภาพและประสิทธิภาพสูงสุด เช่น IEC 296 สำหรับใช้งานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ IEC 60296 สำหรับใช้งานกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.)