ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น จากความตึงเครียดระหว่าง United States และ Iran ส่งผลต่อ “น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า” อย่างไร?
ในช่วงนี้สถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองและการทหารระหว่าง สหรัฐอเมริกา (USA) และ อิหร่าน (Iran) กำลังเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากภูมิภาคตะวันออกกลางถือเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตน้ำมันดิบที่สำคัญที่สุดของโลก เมื่อเกิดความขัดแย้งหรือความไม่มั่นคงในพื้นที่ดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก
และสิ่งที่หลายคนในอุตสาหกรรมไฟฟ้าอาจยังไม่ทันสังเกตคือ ราคาน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer Oil) ก็มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย
วันนี้ Umangbkk จะอธิบายว่า ทำไมราคาน้ำมันหม้อแปลงจึงมีโอกาสปรับตัวขึ้น และทำไมหลายโรงงานหรือผู้รับเหมาระบบไฟฟ้าจึงเริ่ม วางแผนสต๊อกสินค้าไว้ล่วงหน้า
น้ำมันหม้อแปลงผลิตจากอะไร ทำไมราคาถึงผูกกับน้ำมันโลก?
น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าส่วนใหญ่ในตลาดอุตสาหกรรมผลิตจาก น้ำมันแร่ (Mineral Oil) ซึ่งผ่านกระบวนการกลั่นและปรับคุณภาพให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานเป็นฉนวนไฟฟ้าและตัวระบายความร้อนภายในหม้อแปลง
กระบวนการหลักประกอบด้วย
-
การกลั่นน้ำมันดิบ (Crude Oil Refining)
-
การกำจัดสารกำมะถัน
-
การปรับโครงสร้างโมเลกุล
-
การกรองและควบคุมคุณภาพให้ตรงตามมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น IEC
ดังนั้น ต้นทุนหลักของน้ำมันหม้อแปลงจึงเริ่มต้นจาก “ราคาน้ำมันดิบ” เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตน้ำมันหม้อแปลงก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นพื้นที่ที่มีการผลิตและส่งออกน้ำมันดิบจำนวนมากของโลก หากเกิดความไม่แน่นอน เช่น
-
การปะทะทางทหาร
-
การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
-
การจำกัดการส่งออกน้ำมัน
-
ความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมัน
สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ Supply ของน้ำมันในตลาดโลกลดลง หรือเกิดความกังวลในตลาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในอดีตหลายเหตุการณ์พิสูจน์แล้วว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นภายในเวลาอันสั้น
เมื่อราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น สิ่งที่จะตามมาคือ
-
ต้นทุนการกลั่นเพิ่มขึ้น
-
ราคาน้ำมันอุตสาหกรรมปรับตัวขึ้น
-
ราคาน้ำมันหม้อแปลงปรับตามในรอบถัดไป
ทำไมราคาน้ำมันหม้อแปลงจึงปรับขึ้น “ช้ากว่า” แต่มักขึ้นแรง
สิ่งที่หลายบริษัทในสายงานไฟฟ้าอาจเคยสังเกตคือ
ราคาน้ำมันหม้อแปลง ไม่ได้ขึ้นทันทีเหมือนน้ำมันเชื้อเพลิง
แต่เมื่อมีการปรับราคา มักจะ ปรับขึ้นในระดับที่ค่อนข้างมาก
สาเหตุเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น
- โรงกลั่นมีสต๊อกวัตถุดิบเดิมอยู่
- ราคาขายอุตสาหกรรมมักปรับเป็นรอบ
- การนำเข้าและขนส่งใช้เวลา
- ต้นทุนโลจิสติกส์และค่าเงินมีผล
ดังนั้นเมื่อเกิดแรงกดดันจากตลาดโลก ราคาน้ำมันหม้อแปลงอาจยังไม่ขึ้นทันที แต่เมื่อปรับแล้ว มักปรับขึ้นพร้อมกันหลายส่วน
ผู้ผลิตและโรงงานเริ่มวางแผนสต๊อกล่วงหน้า
ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน โรงงานหลายแห่งเลือกใช้กลยุทธ์
“ซื้อและสต๊อกวัตถุดิบล่วงหน้า”
โดยเฉพาะสินค้าที่มีความสำคัญต่อการผลิต เช่น
-
น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า
-
วัสดุฉนวน
-
น้ำมันอุตสาหกรรม
การสั่งซื้อก่อนที่ราคาจะปรับขึ้นช่วยให้
-
ควบคุมต้นทุนโครงการได้
-
ป้องกันการหยุดงานซ่อมบำรุง
-
ลดความเสี่ยงจากการขาดสินค้า
-
ไม่ต้องซื้อในช่วงราคาพุ่ง
สำหรับโรงงานผลิตหม้อแปลง บริษัทซ่อมบำรุง หรือผู้รับเหมางานไฟฟ้าแรงสูง การมี สต๊อกน้ำมันหม้อแปลงสำรอง ถือเป็นการบริหารความเสี่ยงที่สำคัญ
ช่วงเวลานี้อาจเป็นจังหวะสำคัญในการวางแผนสั่งซื้อ
จากแนวโน้มของตลาดพลังงานโลก หากสถานการณ์ความตึงเครียดยังดำเนินต่อไป มีโอกาสสูงที่
-
ราคาน้ำมันดิบจะผันผวน
-
ต้นทุนการผลิตน้ำมันอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้น
-
ราคาน้ำมันหม้อแปลงในตลาดจะปรับตัวตาม
สำหรับองค์กรที่มีแผน
-
ผลิตหม้อแปลง
-
ซ่อมบำรุงหม้อแปลง
-
เปลี่ยนน้ำมันหม้อแปลง
-
ทำโครงการระบบไฟฟ้า
การวางแผนสั่งซื้อ ล่วงหน้าก่อนรอบปรับราคา อาจช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ